Beauty GURU EP.2 6 เทคนิค พิชิตผิวขาว

20 ก.พ. 2561 15:36 น. | เปิดอ่าน 1060

อันยองอาเซโย วันนี้ แอดมินมีสาระดีดี มาฝากลูกค้าทุกท่านอีกแล้วจ้า.... สาวๆคนไหน มีปัญหาเรื่องสีผิว ผิวขาวไม่เท่ากัน ผิวหมองคล้ำ มารวมกันที่นี่เลย แอดมินมี 6 เคล็ดลับ พิชิตผิวขาวมาฝาก ไปดูกันเลย

 

 

ผิวหนังเป็นส่วนต้องเผชิญกับแสงแดดและมลภาวะ เป็นประจำ ดังนั้นจำเป็นต้องได้รับการเอาใจใส่อย่างดีอยู่เสมอ การทาโลชั่นนอกจากจะช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น สุขภาพดีแล้ว โลชั่นที่มีสารไวท์เทนนิ่ง ยังช่วยทำให้ผิวมีความขาวใสมากขึ้น และเพื่อผลลัพธ์ที่ดีควรทาโลชั่นบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ “ เพราะการมีผิวสุขภาพดีและและขาวใส จะช่วยให้เรามั่นใจมากยิ่งขึ้น’’

 

 

เหตุใดจึงต้องมีการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ?
ปกติผิวหนังจะมีการผลัดเซลล์ผิวใหม่ตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุเริ่มเพิ่มขึ้นระยะเวลาในการผลัดเซลล์ผิวจะนานตามไปด้วย ก่อให้เกิดการสะสมของชั้นผิวหนังกำพร้าชั้นบนสุดที่เรียกว่า Stratum corneum หรือที่เรียกง่ายๆว่า ขี้ไคล ซึ่งเป็นเซลล์หมดอายุ นั่นเองมีผลทำให้ ผิวหน้า ผิวกายมีความหมองคล้ำ หยาบกร้าน อุดตันง่าย ดูดซึมครีมได้ไม่ดี ดังนั้นจึงต้องมีการขัดหรือสครับผิวหนังชั้นที่เสื่อมสภาพออกไป เพื่อทำให้ผิวหนังผลัดเซลล์ผิวใหม่ ที่มีความใส และชุ่มชื้นดูอ่อนกว่าวัย นอกจากนี้ยังสามารถใช้สารเร่งเพื่อให้ผิวผลัดเซลล์ผิวใหม่ให้เร็วขึ้นโดยใช้สารจำพวก BHA (Beta hydroxyl acid) ,AHA(Alpha hydroxyl acid) และ TCA (Trichloroacetic Acid) ไปทำลายพันธะ คอร์นีโอเดสโมโซม (corneo desmosome) ที่เชื่อมเซลล์ที่หมดอายุไว้ด้วยกัน

 

 

แสงแดดมีส่วนประกอบของรังสี UV A ,UV B รังสีเหล่านี้นี้จะไปกระตุ้นเม็ดสีเมลานินในผิวให้มีสีน้ำตาล หรือเกิดเม็ดสีเมลานินใหม่ที่เป็นสีน้ำตาลดำติดทนนาน นอกจากนั้นแล้วยังส่งผลเสียต่อผิวในระยะยาวเช่น ริ้วรอยผิวก่อนวัยอันควร มะเร็งผิวหนัง ผิวไหม้แดด เป็นต้น ทั้งนี้วิธีที่จะช่วยปกป้องผิวกายเราจากแสงยูวีนั้นทำได้โดยการทาครีมกันแดด ซึ่งสารกรองแสงในครีมกันแดดจะเป็นตัวช่วยสะท้อนรังสีหรือดูดซับรังสีไว้ทำให้ผิวของเราได้รับปริมาณยูวีที่ลดลงนั่นเอง

 

 

วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญของร่างกายเนื่องจากสารอนุมูลอิสระมีผลทำให้เซลล์ต่างๆในร่างกาย เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ที่ผิดปกติได้ ปกติร่างกายคนเราจะไม่สามารถสร้างวิตามินซีเองได้ ต้องรับประทานเข้าในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ตามที่องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปควรได้รับวิตามิน ซี ในปริมาณที่เหมาะสม คือ อย่างน้อย 60 mg/day
ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ผลไม้ตระกูลเบอรี่ ได้แก่ อะเซโรล่าเชอร์รี่ซึ่งเป็น The King of C เพราะอะเซโรล่าเชอร์รี่วิตามินซีสูงถึง 1,600 mg/100g สตรอเบอรี่ 62mg/100g ฝรั่ง 228mg/100g ส้ม 53mg/100g
เพื่อให้ออกฤทธิ์ที่สามารถกำจัดอนุมูลอิสระได้นั้นควรรับประทานที่ปริมาณ1000-2000 mg/day นอกจากนี้วิตามินซียังทำหน้าที่เป็นตัวช่วยในการสร้างคอลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อเกี่ยวกับผิวหนัง และเส้นเลือดให้แข็งแรง ไม่เปราะ ยืดหยุ่นได้ดี และยังช่วยลดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีผิว ดังนั้นจึงช่วยในการลดริ้วรอย ด่างดำ รอยสิวต่างๆ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยปรับสีผิวที่คล้ำจากแสงแดดให้ดูกระจ่างใสขึ้น โดยจะต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและมีความต่อเนื่องสม่ำเสมอ

 

 

5 อาหารเสริมยอดฮิตที่จะช่วยให้ผิวคุณขาวใสขึ้นไปอีก
1.วิตามิน ซี เพื่อให้ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ลบเลือนริ้วรอย เพิ่มความกระจ่างใสของผิวควรรับประทานประมาณ 1000-2000mg/day แนะนำว่า ควรรับประทานหลังอาหารเพื่อป้องกัน กระเพาะเป็นแผล
2.กลูต้าไธโอน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในรูปแบบของโปรตีน ซึ่งร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เพื่อช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ในทางการแพทย์พบว่าเมื่อนำสารกลูต้าไธโอนฉีดเข้าเส้นเลือดดำหรือกล้ามเนื้อนั้นสารนี้จะมีผลข้างเคียงไปยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ทำให้เม็ดสีของผิวหนังเปลี่ยนจากสีน้ำตาลดำเป็นสีชมพูขาว ปริมาณที่แนะนำให้ทานต่อวันไม่เกิน 60-250mg/day และไม่ควรทานติดต่อเป็นเวลานานจะทำให้เกิดโรคมะเร็งได้
3.คอลลาเจน เป็นโปรตีนที่ร่างกายสามารถสร้างได้ ปกติในร่างกายเราจะมีประมาณ 25-30% ของโปรตีนในร่างกาย ซึ่งทำหน้าที่ลดรอยเหี่ยวย่น เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว ทำให้ผิวสุขภาพดีมากขึ้น ปริมาณที่แนะนำต่อวันคือ 5000mg/day ไม่เกิน 10000mg/day หากเกินกว่านี้จะเกิดผลข้างเคียงได้ การรับประทานคอลลาเจนควรรับประทานปริมาณน้อยๆแต่มีความสม่ำเสมอ หากต้องการประสิทธิภาพที่ดีขึ้นสามารถทานคู่กับวิตามินซี วิตามินอี กลูโตซาไมด์
4. สารสกัดจากเมล็ดองุ่น(Graep Seed) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงมาก มีสารฟลาโวนอยด์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า วิตามินซีและอี ช่วยลดปัญหาสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ บำรุงผิวพันธ์ไม่ให้แก่ก่อนวัย ปริมาณแนะนำต่อวันอยู่ที่ 100mg/day
5.ไฮยาลูรอนิค แอซิด กรดนี้มีความสำคัญต่อการสร้างโครงสร้างผิว ทำให้ผิวกระชับ อ่อนนุ่ม ช่วยลดเลือนริ้วรอยได้เป็นอย่างดี แต่จะมีปริมาณลดลงเมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไปปริมาณที่แนะนำต่อวันคือ 50-100mg/day ไม่เกิน 100 mg/day

 

 

“ เป็นวิธีที่ง่าย ใช้เวลาน้อยแต่ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและดีกว่า”
การเติมวิตามินผ่านสายน้ำเกลือ ร่างกายสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็วและดูดซึมได้ถึง 100 % นอกจากนั้นยังวิตามินยังสามารถแทรกซึมเข้าสู่ระดับเซลล์และทำงานได้ทันที ซึ่งแตกต่างจากการทานวิตามินแบบเม็ด ตรงที่ ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้เพียง 10% เท่านั้น จึงไม่ได้ช่วยฟื้นฟูร่างกายเต็มที่ นอกจากนี้ สารอาหารต่างๆ อย่างกรดอะมิโนแอซิดและวิตามินหลายชนิด เมื่อต้องผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร ก็อาจจะทำให้เกิดแก๊สหรือระคายเคืองกระเพาะอาหารตามมา ในขณะที่การเติมวิตามินผ่านสายน้ำเกลือ จะไม่ทำเกิดผลข้างเคียงเหล่านี้เลย