" คืนดวงตาให้สดใส ใบหน้าอ่อนเยาว์ ด้วยนวัตกรรมใหม่ Endotine "

14 ก.ย. 2560 23:35 น. | เปิดอ่าน 615

   

  ปัญหาความหย่อนคล้อย ริ้วร้อย และความร่วงโรยของผิวหนังเนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัญหาที่สร้างความกังวลใจและขาดความมั่นใจแบบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในบางรายอายุไม่มากแต่กลับพบปัญหาเรื่องระยะคิ้วแคบและตก ได้เช่นเดียวกัน

 ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยส่วนมาก เกิดจากปัญหาตาตก หนังตาหย่อนจนกลายเป็นตาหลบใน หางตาตก หรือแม้แต่ปัญหาคิ้วตก ร่วมกับรอยตีนกาและรอยย่นบนหน้าผาก " จากปัญหาที่กล่าวมาพบว่าคนไข้ส่วนใหญ่ที่เข้าพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาโดยมากจะมาด้วยเรื่องของการกังวลเรื่องดวงตา และต้องการแก้ไขชั้นตา ให้กลับมาสดใสดูอ่อนเยาว์ "
ซึ่งแท้จริงแล้วในทางการแพทย์นั้น กลับพบว่าสาเหตุหลักๆของปัญหาความหย่อนคล้อยของหางตาหรือหนังตาหย่อนคล้อยนั้น เกิดขึ้นจากการหดตัวของกล้ามเนื้อทีละเล็กน้อย ซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นหย่อนตัวลง รวมถึงหางคิ้วมีการหย่อนตัวและบดบังหางตา บางรายจึงมีการเลิ่กหน้าผากหรือยักคิ้วเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนขึ้น จึงส่งผลให้เกิดรอยย่นถาวรที่บริเวณหน้าผาก

 

แนวทางการแก้ไข
    การแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ดีที่สุด คือการผ่าตัดย้ายตำแหน่งโครงสร้างของคิ้วหรือหน้าผากกลับสู่ตำแหน่งที่เคยเป็นอยู่ เพราะฉะนั้นแล้วในคนไข้ส่วนใหญ่ที่ดึงหน้าผากหรือดึงคิ้วจึงไม่จำเป็นต้องผ่าตัดตกแต่งหนังตา เนื่องจากวิธีการแก้ไขดังกล่าวเป็น “การยกคิ้ว” ดึงหน้าผาก ขึ้น ทำให้หนังตาที่เคยตกมาบดบัง เปิดชั้นสูงขึ้นหลังจากการทำการยกคิ้วและหน้าผาก

 

"การผ่าตัดดึงคิ้วหรือดึงหน้าผากเทคนิคเก่า Vs นวัตกรรมใหม่ Endotine "

1. เทคนิคในการผ่าตัดดึงคิ้วหรือดึงหน้าผากในอดีต
คือการกรีดตลอดแนวเหนือหน้าผากขึ้นไป ลักษณะเหมือนที่คาดผม โดยแพทย์จะเปิดแผลค่อนข้างยาวประมาณ 20-25 ซม. เพื่อผ่าตัดดึงหน้าผากขึ้น โดยผ่านแนวของเส้นประสาทค่อนข้างมาก เกิดการชาบริเวณหนังศีรษะค่อนข้างเยอะ รวมถึงหน้าผากและคิ้วจะถูกยกขึ้นพร้อมกันซึ่งอาจไมได้ระยะที่สวยงามของคิ้ว และคนไข้ส่วนใหญ่ไม่ต้องการแผลขนาดใหญ่ ต้องใช้เวลาในการพักฟื้นค่อนข้างนาน วิธีนี้จึงไม่เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน

2. การผ่าตัดดึงคิ้วหรือดึงหน้าผาก ด้วย"Endotine "

ในปัจจุบันนวัตกรรมใหม่ "Endotine " เป็นที่นิยมอย่างมากในเกาหลี ด้วยเทคนิคการยกคิ้วและดึงหน้าผากผ่านกล้อง (Endoscopic Brow Lift ) โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลขนาดเล็กประมาณ 3-4 ซม. ซึ่งกำหนดจุดลงแผลสำหรับสอดกล้อง 3-5 จุด แผลเหล่านี้จะซ่อนอยู่ตามแนวไรผมบนศีรษะ จุดลงแผลจะอยู่ตรงตำแหน่งหัวตาและหางตา ไม่ต้องกรีดแผลยาว ทำให้ลดอาการบวมและลดการชาของหนังศีรษะได้ดี โดยแพทย์จะติดวัสดุแบบใหม่ที่เรียกว่า “Endotine” ทดแทนการใช้ไหมละลายทั่วไป เพื่อดึงผิวบริเวณคิ้วให้เรียบตึงขึ้น ซึ่งเป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก KFDA และ U.S. FDA และวัสดุชนิดนี้จะค่อยๆสลายไปได้เองในระยะเวลา 1 ปี โดยเนื้อเยื่อหรือกล้ามเนื้อก็จะมีการยึดตัวในตำแหน่งที่ต้องการอย่างสวยงามแบบถาวร
 ผลลัพธ์หลังการผ่าตัดคือ คิ้วที่โก่งขึ้น เพิ่มพื้นที่ในการทำชั้นตามากขึ้น ในบางรายเพียงแค่ยกคิ้ว ตาก็จะดูเท่ากันมากขึ้น ซึ่งการยกคิ้วจะเหมาะกับคนไข้ที่ตาตก ชั้นตาหลบใน หางตาตก และคนไข้ที่มีระยะระหว่างคิ้วกับตาที่แคบ

 

ภาพประกอบการทำ(Endoscopic Brow Lift )

การยกคิ้วและดึงหน้าผากผ่านกล้อง (Endoscopic Brow Lift )

 

   นอกจากนี้วิธีดังกล่าว ยังช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ผิวหนังบริเวณคิ้วยกกระชับ ดวงตาดูกลมโตขึ้น รวมถึงแผลที่มีขนาดเล็กมาก ทำให้การฟื้นค่อนข้างเร็วกว่าเทคนิคเก่ามาก และมีอาการบวมน้อยหลังผ่าตัดซึ่งทำให้กลับไปใช้ชีวิตปกติได้อย่างรวดเร็ว

   วิธีการผ่าตัดชนิดนี้นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่ได้ผลดีกว่าเทคนิคเดิมที่มี จนได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากศัลยแพทย์ชั้นนำทั่วโลกในปัจจุบัน และยังเป็นเทคนิคที่ศัลยแพทย์นิยมใช้ซึ่งได้รับผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย ในการผ่าตัดย้อนวัย (Rejuvenation) ให้กับคนไข้ได้อย่างเป็นธรรมชาติกว่า หรือในคนไข้รายที่มีอายุนั้นเรียกได้ว่า ได้คิ้วและชั้นตากลับไปสวยเหมือน 15-20 ปีก่อนได้เลย


    อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่คนไข้ไม่ต้องการ ผ่าตัดดึงหน้าผาก,ไม่ต้องการพักฟื้นนาน, หรือไม่ต้องการผ่าตัดส่องกล้องทางหน้าผาก ปัจจุบันก็มีการยกคิ้ว ด้วยเทคนิคผ่านทางแผลชั้นตา(ตำแหน่งเดียวกับการทำตาสองชั้น) และใช้เครื่องมือฟิกชั้นตาบริเวณโหนกคิ้ว (Endotine Transbleph) ดังนั้น จึงมีการฟื้นตัวเร็วกว่าการผ่าตัดส่องกล้องร่วมกับการดึงหน้าผาก แต่ผลการรักษาจะช่วยเพียงการทำให้คิ้วยกขึ้น และหนังตายกขึ้นเท่านั้น (หน้าผากอาจจะยังตกเหมือนเดิม) หากต้องการยกและคิ้วและหน้าผากร่วมกัน ต้องใช้วิธีการส่องกล้องด้วยวิธี (Endoscopic Brow Lift ) เท่านั้นจึงจะเกิดผลลัพธ์ที่เกิดความพึงพอใจสูงสุด

ดังนั้นด้วยวิธีการและเทคนิคที่พัฒนาสู่ทางเลือกที่ดีขึ้นแล้ว คนไข้ควรตระหนักและพิจารณารับการรักษาจากศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์น่าเชื่อถือ