ตาแบบไหนแก้ไขอย่างไร ? ระหว่างถุงใต้ตา และ ร่องน้ำตา

14 ส.ค. 2560 21:37 น. | เปิดอ่าน 1749

 

ปัจจุบันคนไข้ที่มาปรึกษาหมอเรื่องถุงใต้ตา กว่า80%มีความเข้าใจผิดว่าตัวเองมี ถุงใต้ตา แต่ความจริงแล้ว ไม่ใช่ถุงใต้ตาแบบที่คนไข้เข้าใจไปเอง ซึ่งการที่ทำให้ดวงตาเราไม่สดใส หรือดูโทรมนั้น มีปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่2กรณี ส่งผลต่อการรักษาแก้ไขที่แตกต่างกัน ซึ่งหลายคนที่ยังสงสัยว่าตัวเองบกพร่องตรงไหนและต้องแก้ไขอย่างไร มาเช็คทำความเข้าใจกันเลยดีกว่าครับ

1.ปัญหาถุงไขมันใต้ตา (Baggy eyelid )

คือภาวะที่ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันบริเวณเปลือกตาล่าง มีความอ่อนตัว จนทำให้ ไขมันในเบ้าตาด้านล่าง (orbital fat) มีภาวะ "ปูด" ออกมาด้านนอก เห็นเป็นถุงชัดเจน หรือในบางรายที่อายุยังไม่มาก ก็สามารถเป็นได้ ถึงแม้ ผิวหนังยังไม่หย่อน แต่มีไขมันมากเกินคนทั่วไป ก็ทำให้มีลักษณะเป็นถุงใต้ตาได้เช่นเดียวกัน สังเกตได้จากใต้ตาเป็นถุงนูนตลอดแนวใต้ตา การรักษาก็ต้องเป็นการ "เอาออก" ก็คือการตกแต่ง ตัดเอาถุงไขมันออก อาจทำร่วมกับการตัดหนังที่หย่อนเกินออกด้วย ซึ่งจะแบ่งออกเป็น2 วิธี(กรณีนี้คนไข้ ต้องไม่มีภาวะ เปลือกตาอ่อนแรงนะครับ รายละเอียด จะอธิบายในบทความปักษ์ถัดไป)

ภาวะปัญหาถุงไขมันใต้ตา

2. ปัญหาร่องน้ำตา (tear trough deformity)
แตกต่างกับ กรณีแรก เพราะร่องน้ำตาคือภาวะที่มีการเสื่อมของกระดูก และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน บริเวณ ตาล่าง ดูเป็นลักษณะเป็นเส้น หรือเงาดำ ทำให้มีลักษณะคล้ายกับถุงใต้ตามาก จนคนไข้บางคน เข้าใจว่าตัวเอง เป็นไขมันบริเวณเปลือกตาล่าง แต่สิ่งที่สามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง นั่นคือ บริเวณหัวตาด้านข้างจมูก เป็นร่องลึกลงไปติดกับกระดูก ทำให้ตาดูโหลโทรม ปัญหานี้ต้องแก้ไข ด้วยการ" เติมเต็ม" ไม่ใช่ตัดเหมือนกรณีด้านบน ซึ่งการเติมนั้นที่นิยม สามารถเติมร่องลึกด้วยการฉีดเติมฟิลเลอร์ด้วยสารเติมเต็มสังเคราะห์(มาตรฐานที่ใช้ในปัจจุบันคือhyarulonic acid ) หรืออาจใช้ฟิลเลอร์ธรรมชาติจากตัวเราเอง คือ ไขมันสเต็มเซลล์ ก็ได้เช่นกัน

ภาวะปัญหาร่องน้ำตา

เห็นไหมครับ การรักษาทั้งสองกรณีนี้ ตรงข้ามกันเลย เหมือน บวกกับลบ เพราะฉะนั้นต้องแยกให้ออกก่อนนะครับว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่ หากเช็คด้วยตนเองแล้วไม่แน่ใจ ก็สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งใกล้บ้าน เพื่อตรวจวิเคราะห์สาเหตุเพื่อวางแนวทางการแก้ไข เพราะปัญหาทั้ง2อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หากมีการแก้ไขที่ผิดวิธี เช่น จริงๆแล้วตัวเองมีร่องน้ำตา แล้วไปรับการผ่าตัดเพื่อรักษา ถุงไขมันใต้ตา ภาวะ ร่องน้ำตายิ่งจะเป็นมากขึ้น ทำให้มีภาวะตาลึกโบ๋ได้ครับ
ดังนั้นการวินิจฉัยการักษา ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านมีภาวะใดกันแน่ เพื่อผลการรักษาที่เกิดผลลัพธ์สูงสุด

ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ว่าเป็นแพทย์เฉพาะทางหรือไม่ได้ที่
http://www.tmc.or.th/check_md/